แชร์

ดอกกัดมีกี่ชนิด และมีวิธีใช้งานอย่างไร? เช็คความรู้เบื้องต้น

อัพเดทล่าสุด: 29 ธ.ค. 2025

ในกระบวนการอุตสาหกรรมการผลิต การใช้งานเครื่อง CNC หรือเครื่องกัดโลหะทั่วไปจะต้องมี ดอกกัด (End Mill) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดเฉือนวัสดุให้ได้รูปทรง ขนาด และพื้นผิวตามที่ต้องการ การมีความรู้เกี่ยวกับดอกกัดมีความสำคัญมาก เพราะมันสามารถส่งผลต่อคุณภาพของงานที่ทำและต้นทุนการผลิต การเลือกใช้ดอกกัดที่ถูกต้อง จึงไม่เพียงแต่มุ่งเน้นสิ่งที่ดีที่สุดให้กับวัสดุที่เราทำการผลิต แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากมาย

 

ดอกกัดคืออะไร ? ทำไมจึงสำคัญต่องานผลิต

ดอกกัด หรือ End Mill คือเครื่องมือตัดเฉือนที่ทำหน้าที่ในการตัด, เจาะ, เซาะร่อง, และเก็บผิวชิ้นงานให้ได้รูปร่างและขนาดตามที่กำหนด ดอกกัดแตกต่างจากดอกสว่านตรงที่มี คมตัดด้านข้าง (Flutes) ซึ่งทำให้สามารถกัดงานในแนวราบและงานที่มีมิติซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกดอกกัดที่ถูกต้องจะส่งผลโดยตรงต่อทั้งคุณภาพผิวงาน ว่าจะได้ผิวงานที่เรียบเนียนตามมาตรฐาน ทำงานได้เร็วขึ้น ลดเวลาในการตัดเฉือน อีกทั้งดอกกัดจะสึกหรอช้าลง จึงส่งผลต่ออายุการใช้งานของเครื่องมือและประหยัดค่าใช้จ่าย

 

ประเภทของดอกกัด

ดอกกัดมีให้เลือกหลายแบบ ตามบทบาทหน้าที่และการใช้งาน หากจะเน้นที่ชนิดหลัก ๆ ที่มีการเลือกใช้กันแพร่หลายในอุตสาหกรรม จะแบ่งตามลักษณะของส่วนปลาย (End Geometry) ได้ดังนี้

1.ดอกกัดหัวเหลี่ยม (Square End Mill / Flat End Mill)

  • ลักษณะ - ปลายดอกกัดมีลักษณะแบนราบทำมุม 90 องศากับด้านข้าง คมตัดลงมาถึงจุดศูนย์กลาง

  • การใช้งาน 

    • เป็นดอกกัดที่นิยมใช้มากที่สุด

    • เหมาะสำหรับงานกัดปาดหน้า เพื่อสร้างพื้นผิวที่เรียบเสมอกัน

    • ใช้ในงานกัดร่อง และงานที่ต้องการมุมฉากที่คมชัด เช่น กัดบ่า หรือ Pocket

    • ใช้สำหรับงานกัดหยาบ และงานเก็บละเอียดทั่วไป

2. ดอกกัดหัวบอล (Ball End Mill / Ball Nose End Mill)

  • ลักษณะ - ปลายดอกกัดเป็นรูปทรงกลมมน (มีรัศมีเท่ากับครึ่งหนึ่งของเส้นผ่านศูนย์กลาง)
  • การใช้งาน 
    • มีความสำคัญมากในงาน กัดขึ้นรูป 3 มิติ (3D Contouring)
    • เหมาะสำหรับการผลิตแม่พิมพ์ (Mold) หรือชิ้นส่วนที่มีความโค้งมน เช่น ใบพัด หรือชิ้นส่วนยานยนต์
    • ช่วยให้ผิวงานมีความต่อเนื่องและลดรอยต่อได้ดีเยี่ยม มักใช้ในขั้นตอนเก็บละเอียด 

3. ดอกกัดมุมรัศมี (Corner Radius End Mill / Bull Nose End Mill)

  • ลักษณะ - ปลายดอกกัดเป็นทรงสี่เหลี่ยม แต่มีส่วนโค้งมน (รัศมีเล็กน้อย) เชื่อมระหว่างปลายและด้านข้าง
  • การใช้งาน
    • เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับงานกัดที่ต้องการความแข็งแรงของปลายดอกกัด
    • รัศมีที่มุมช่วยลดโอกาสที่ดอกกัดจะแตกหักหรือบิ่นเมื่อรับแรงกระแทก
    • ใช้สำหรับการกัดหยาบและเก็บละเอียดที่ต้องการมุมโค้งเล็ก ๆ ที่ฐานของร่องหรือบ่า ซึ่งช่วยลดความเครียดของชิ้นงาน

4. ดอกกัดรูปทรงตัว V (V-Bit Engraving Tool)

  • ลักษณะ - ดอกกัดมีปลายแหลมเป็นรูปตัว V (มุมตัดต่างๆ เช่น 30°, 60°, 90°)
  • การใช้งาน
    • เน้นงานแกะสลัก (Engraving) ที่มีความละเอียดสูง
    • ใช้ในการเซาะร่องตัวอักษร ลวดลาย หรือสร้างงานนูนต่ำ
    • ความลึกของการกัดจะกำหนดความกว้างของร่องที่แกะสลัก

 

วิธีใช้งานดอกกัดอย่างมีประสิทธิภาพ

หลายคนอาจคิดว่าแค่เปลี่ยนดอกแล้วสตาร์ทเครื่องก็จบเรื่อง แต่เอาเข้าจริงแล้ว รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหละที่สร้างความต่างระหว่างงานดีกับงานที่ต้องทิ้ง

1.การพิจารณาจากวัสดุชิ้นงาน 

วัสดุที่แตกต่างกันต้องการดอกกัดที่มีจำนวนฟันและการเคลือบผิวที่แตกต่างกัน เพื่อจัดการกับการคายเศษและความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น

  • อลูมิเนียมและวัสดุอ่อน ควรใช้ดอกเอ็นมิลแบบ 2 ฟันหรือแบบเกลียวสูง เพื่อให้มีพื้นที่ว่างในการระบายเศษวัสดุได้ดีและรวดเร็ว ป้องกันไม่ให้เศษอุดตันหรือหลอมติดกับดอกกัด
  • เหล็กและเหล็กกล้า ต้องเลือกใช้ดอกเอ็นมิลที่มีความแข็งแรงสูง มักใช้แบบ 4 ฟันขึ้นไปและต้องมีการเคลือบผิวที่ทนความร้อนสูง เพื่อยืดอายุการใช้งานและทนต่อการสึกหรอ
  • พลาสติกและวัสดุสังเคราะห์ ควรใช้ดอกกัดที่มีคมตัดน้อย เช่น 1 หรือ 2 ฟัน เพื่อลดการเสียดสีและลดความร้อนสะสม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาสติกหลอมละลาย

 

2. การพิจารณาจากลักษณะงานกัด (The Job Type and Geometry)

รูปร่างของดอกกัดและจำนวนฟันต้องสอดคล้องกับลักษณะของงานที่ต้องการทำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทั้งในด้านความเร็วและความละเอียด

  • งานกัดร่องลึก ควรใช้ดอกเอ็นมิลแบบ 2 ฟัน หรือ 3 ฟัน เพื่อให้การระบายเศษเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ซึ่งสำคัญมากในการกัดร่องที่มีความลึก
  • งานกัดผิวหน้าและงานเก็บผิวละเอียด เหมาะกับดอกเอ็นมิลแบบ 4 ฟันขึ้นไป เพื่อให้มีคมตัดหลายคมช่วยให้ผิวงานละเอียด เรียบเนียน และลดรอยต่อของร่องการกัด
  • งาน 3 มิติ และงานกัดโค้ง จำเป็นต้องใช้ดอกเอ็นมิลแบบหัวโค้ง (Ball Nose) เพื่อความละเอียดและความแม่นยำในการขึ้นรูปพื้นผิวโค้งมนที่ซับซ้อน

 

3. ความสำคัญของการเคลือบผิว 

ดอกกัดมีทั้งแบบเคลือบผิวและไม่เคลือบผิว ซึ่งมีข้อดีและข้อจำกัดในการใช้งานต่างกัน

ชนิดของดอกกัด วัสดุที่เหมาะสม
ข้อดีและข้อสังเกต
แบบไม่เคลือบผิว (Uncoated) อะลูมิเนียม, ทองแดง, พลาสติก, ไม้, วัสดุที่ไม่แข็งเกินไป ราคาถูกกว่า และมีความคมกัดที่พอดีต่อวัสดุไม่แข็งมาก แต่มีอายุการใช้งานสั้นกว่า และไม่เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความทนทานสูง
แบบเคลือบผิว (Coated) สแตนเลส, เหล็กกล้า, เหล็กชุบแข็ง, ไทเทเนียม ทนทานต่อความร้อนและการสึกหรอสูงมาก ช่วยยืดอายุการใช้งานได้อย่างมาก และสามารถใช้ในอัตราการตัดเฉือนที่สูงขึ้นได้


4. การควบคุมพารามิเตอร์การกัดอย่างแม่นยำ 

ไม่ว่าคุณจะเลือกดอกกัดชนิดใด การตั้งค่าเครื่องจักรก็เป็นอีกปัจจัยที่ขาดไม่ได้ ทีมฝ่ายผลิตต้องให้ความสำคัญกับการตั้งค่าหลัก 3 ส่วน

  • ความเร็วรอบ ต้องสัมพันธ์กับวัสดุของดอกกัดและชิ้นงาน
  • อัตราป้อน คือ ความเร็วที่ดอกกัดเคลื่อนที่ผ่านชิ้นงาน ต้องสัมพันธ์กับจำนวนฟัน
  • ความลึกในการกัด การเลือกใช้ค่าที่เหมาะสมจะช่วยยืดอายุของดอกกัด และรักษาอุณหภูมิระหว่างการตัดเฉือน

 

การเข้าใจการใช้งานดอกกัดให้ถูก จะทำให้คุณบริหารงานง่ายขึ้นแบบเท่าตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นวิศวกรก็เข้าใจหลักเบื้องต้นได้ ถ้าเราศึกษามันให้ดี ปรับตัวเลือกให้เข้ากับวัสดุและชิ้นงานแต่ละประเภท ผลที่ได้คืองานที่ดีขึ้น เวลาที่สั้นลง และต้นทุนที่ควบคุมได้ 
ชิ้นส่วนเล็ก ๆ อย่างดอกกัด กลายเป็นตัวแปรสำคัญในโลกที่แข่งขันกันด้านคุณภาพและเวลา แถมยังเป็นพื้นฐานให้คนทำงานเข้าใจภาพรวมของการผลิตได้ลึกขึ้นด้วย

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เครื่องบรรจุน้ำสำหรับโรงงาน เลือกแบบไหนให้คุ้มค่ากับการลงทุน
เครื่องบรรจุน้ำแต่ละแบบมีข้อดี ข้อจำกัดและการใช้งานที่แตกต่างกัน คุณจึงต้องเข้าใจเครื่องแต่ละประเภท ระบบการทำงานและกำลังการผลิตของแต่ละโรงงานกันก่อน
คู่มือเลือกเครื่องกลึง ประเภท การใช้งาน และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ
เครื่องกลึงที่เลือกใช้อย่างเหมาะสมจะช่วยลดต้นทุน ยืดอายุการใช้งาน ทำให้งานที่ซับซ้อนหรือชิ้นงานที่ต้องผลิตซ้ำจำนวนมากเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy